ใบอนุญาตนำเที่ยว
      เลขที่ 21/00509
................................................
Tel. 095-223-9564
092-354-1654
Fax. 054-772-513
E-mail :
phukatour@hotmail.com
   
................................................

พยากรณ์อากาศวันนี้

อัตราแลกเปลี่ยนเงินตราวันนี้
สถิติผู้เยี่ยมชมเว็บไซต์
ออนไลน์อยู่ 48 คน
ผู้ชมทั้งหมด 2,283,584 คน
เริ่มนับเมื่อ 29 ส.ค. 54


พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติน่าน

        พิพิธภัณฑ์หรือหอคำ เดิมเป็นที่ประทับของพระเจ้าสุริยพงษ์ผลิตเดชฯ พระเจ้าน่าน ทรงสร้างขึ้นเมื่อปี พ.ศ. 2446 เป็นอาคารก่ออิฐถือปูน 2 ชั้น มีมุขด้านหน้า หลังคามุงด้วยไม้แป้นเกล็ด ประดับช่อฟ้า ใบระกา หางหงส์ ตามแบบศิลปะพื้นเมืองน่าน หน้าบันเป็นรูปตราโคอุศุภราช อันเป็นตราประจำเมืองน่าน บนเนื้อที่ 14 ไร่ 2 งาน 32 ตารางวารายล้อมด้วยถนนที่สำคัญได้แก่ ถนนผากองด้านทิศตะวันออก ถนนสุริยพงษ์ด้านทิศใต้และถนนมหาพรหมด้านทิศเหนือ ครั้นเมื่อเจ้ามหาพรหมสุรธาดา เจ้าผู้ครองนครน่านองค์สุดท้ายถึงพิราลัยในปีพุทธศักราช 2474 ต่อในปี 2475 เกิดการเปลี่ยนแปลงการปกครองจากระบอบสมบูรณาญาสิทธิราชย์มาเป็นระบอบประชาธิปไตย ตำแหน่งเจ้าผู้ครองนครในหัวเมืองฝ่ายเหนือจึงถูกยกเลิก บรรดาเจ้านายผู้เป็นบุตรหลานของเจ้าผู้ครองนครน่านจึงร่วมใจกันมอบหอคำพร้อมที่ดินของคุ้มหลวงให้แก่รัฐบาลเพื่อใช้เป็นที่ตั้งศาลากรางจังหวัดน่าน ตั้งแต่พุทธศักราช 2476 เป็นต้นมากรมศิลปากรจึงได้ขอรับมอบอาคารเพื่อใช้เป็นสถานที่จัดตั้งพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ น่าน ขึ้นในปี พ.ศ. 2517 และประกาศจัดตั้งอย่างเป็นทางการขึ้นในปี พ.ศ. 2528 โดยสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ได้เสด็จพระราชดำเนินเป็นองค์ประธานประกอบพิธีเปิดอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 14 สิงหาคม พ.ศ. 2530ลักษณะตัวอาคารโอ่โถงงดงามก่ออิฐถือปูนแข็งแรง แต่ตกแต่งให้อ่อนช้อยสวยงามด้วยลายลูกไม้ นับเป็น สถาปัตยกรรมก่อสร้าง ที่ดีเด่นแห่งหนึ่งของเมืองไทยนอกจากนั้นบริเวณด้านหน้าพิพิธภัณฑ์เป็นที่ตั้งอนุสาวรีย์เจ้า สุริยพงษ์ผริตเดช ผู้เป็นเจ้าของหอคำ แห่งนี้ด้วย อาคารหอคำเพื่อใช้เป็นพิพิธภัณฑสถาน แห่งชาติจังหวัดน่าน เมื่อปี พ.ศ. 2517 แล้วจึงนำ โบราณวัตถุ ตลอดจนสิ่งที่น่าสนใจเกี่ยวกับประวัติศาสตร์ ศิลปะ โบราณคดี และชาติพันธุ์วิทยาประจำท้องถิ่นมาจัดแสดงให้ชม   

โบราณวัตถุชิ้นสำคัญ

งานช้างดำ

        มีขนาดยาว 97 ซม. วัดโดยรอบตรงส่วนใหญ่สุดได้ 47 ซม. มีโพรงตอนโคน ลึก 14 ซม. ลักษณะเป็นงาปลี สีออกน้ำตาลเข็ม มีจารึกอักษรธรรมล้านนา ภาษาไทยว่า กิ่งนี้หนักหนึ่งหมื่นห้าพัน หรือประมาณ ๑๘ กิโลกรัม สันนิฐานว่าเป็นงาข้างซ้าง เพราะมีรอยเสียดสีกับงวงอย่างชัดเจน ไม่ปรากฏหลักฐานแน่ชัดถึงประวัติความเป็นมา มีเพียงตำนานเล่าสืบต่อกัน 2 เรื่อง

เรื่องที่ 1

        กล่าวกันว่าในสมัยเจ้าสุมนเทวราช เจ้าผู้ครองนครน่านองค์ที่ 57 มีพรานคนเมืองน่านเข้าป่าล่าสัตว์ไปถึงเขตแดนระหว่างไทยกับเชียงตุงได้พบซากช้างตัวดำสนิทตายอยู่ในห้วย พอดีกับพรานชาวเชียงตุงมาพบด้วย พรานทั้งสองจึงแบ่งงาช้างดำคนละกิ่ง ต่างคนต่างก็นำมาถวายเจ้าเมือง ต่อมาเจ้าเมืองเชียงตุงได้ส่งสารมาทูลเจ้าสุมนเทวราชว่า ตราบใดที่งาช้างดำคู่นี้ไม่สูญหาย เมืองน่านกับเมืองเชียงตุงจะเป็ยมิตรไมตรีกันตลอดไป

เรื่องที่ 2

        กล่าวว่ากองทัพเมืองน่านยกทัพไปล้อมเมืองเชียงตุงหลายเดือน ทำให้ชาวเมืองเชียงตุงเดือดร้อน โหรเมืองเชียงตุงทูลเจ้าเมืองว่าเป็นเพราะมีงาช้างดำอยู่ด้วยกัน ทางที่ดีควรแยกกันอยู่ จึงได้นำงาช้างดำกิ่งหนึ่งมอบให้กองทัพเมืองน่าน แล้วกระทำสัตย์สาบานเป็นมิตรกันตลอดกาล

ความสำคัญ

1. เชื่อกันว่า พญาการเมืองเจ้าผู้ครองนครน่านองค์ที่ 6 ราวต้นพุทธศตวรรษที่ 20 ได้ทำพิธีสาปแช่งเอาไว้ ให้งาช้างดำนี้เป็นของคู่บ้านคู่เมืองน่านตลอดไป ผู้ใดจะนำไปเป็นสมบัติส่วนตัวมิได้ ก้องไว้ที่หอคำ หรือวังเจ้าผู้ครองนครเท่านั้น

2. เป็นวัตถุมงคลคู่บ้านคู่เมืองน่าน และถือเป็นเอกลักษณ์หนึ่งของจังหวัดน่าน

3. เป็นโบราณวัตถุที่หายากและมีคุณค่าทางประวัติศาสตร์ท้องถิ่น

อาณาจักรหลักคำ

        อาณาจักรหลักคำมีลักษณ์เป็นกระดาษสา ลักษณะเป็นพับ มีไม้ประกับทั้งสองด้าน มีขนาด กว้าง11.8 ซม. ยาว 36.5 ซม. หนา 5 ซม. อาณาจักรหลักคำหรือกฎหมายเมืองน่าน เป็นกฎหมายโบราณที่ใช้ปกครองของเมืองน่าน และเขตปกครองของเมืองน่าน ในช่วงต้นสมัยรัตนโกสินทร์ ตั้งแต่ปี พ.ศ.2395 ในสมัยพระเจ้าอนันตวรฤทธิเดช ฯ และได้ใช้ต่อมาจนถึง ปี พ.ศ.2439 ในสมัยพระเจ้าสุริยพงษ์ผริตเดช ฯ อาณาจักรหลักคำเขียนด้วยตัวอักษรล้านนา เป็นกฎหมายที่เน้นให้เห็นระเบียบปฏิบัติขนบธรรมเนียม จารีตประเพณี ข้อห้าม กฎเกณฑ์ต่าง ๆ อันเป็นการจัดระเบียบสังคมในสมัยนั้น นอกจากนี้ยังแสดงให้ทราบถึงขอบเขตการปกครองของเมืองนั้นกฎหมายสำคัญที่ลงโทษหนักคือการลักควาย ระบุโทษไว้ว่า ผู้ลักควายไปฆ่ากินจะถูกลงโทษถึงขั้นประหารชีวิต เพื่อมิให้เป็นเสี้ยนหนามแผ่นดินต่อไป กฎหมายที่รักษาธรรมชาติแวดล้อมอันเป็นสาธารณสมบัติ เช่น ห้ามฟันไร่บริเวณต้นน้ำ และริมแม่น้ำ อันเป็นแหล่งกำเนิด และนำน้ำเข้าสู่ไร่นา ใครทำผิดจะถูกคุมขัง เฆี่ยนหลัง 30 แส้ และปรับเงิน 330 น้ำผ่า นอกจากนั้นยังมีกฎหมายห้ามฆ่าค้างคาวในถ้ำ ห้ามเบื่อปลาในน้ำ และห้ามตัดต้นไม้บางชนิด กฎหมายที่ควบคุมไม่ให้คนยากไร้ถูกขูดรีด เช่นการคิดดอกเบี้ยไม่ว่าจะเป็นเงินตรา หรือข้าวก็ตาม จะต้องมีระยะเวลากู้ถึงสามปี จึงคิดดอกเบี้ยได้ ถ้ากู้นานถึง 9 ปี 10 ปี ก็ให้เอาดอกเบี้ยเท่าเงินต้นเท่านั้น จะมากไปกว่านั้นไม่ได้ และการกำหนดเอาตัวลูกหนี้ให้มีสภาพเป็นทาส จะต้องมีหนี้สินที่มีมูลค่าตั้งแต่ 300 ดอก(มาตราเงิน) ขึ้นไป กฎหมายนี้มีอำนาจสิทธิ์ขาดโดยเจ้าเมือง หรือเจ้าผู้ครองนครน่าน เจ้านายบุตรหลานขุนนางและเจ้าเมืองต่างๆ ที่ขึ้นกับเมืองน่าน ต่อมาในสมัยพระเจ้าสุริยพงษ์ผลิตเดชฯ เจ้าผู้ครองนครน่าน องค์ที่ 63 ยกเลิกการใช้อาณาจักรหลักคำ เมื่อพุทธศักราช 2341 โดยหันมาใช้กฎหมายลักษณะอาญา ร.ศ. 127 (ตรงกับพุทธศักราช 2451) ของกรุงรัตรโกสินทร์แทน

พระสุพรรณบัฏ

        สมัยพระเจ้าสุริยพงษ์ผลิตเดชฯ พุทธศักราช 2446 แผ่นทองคำรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้า กว้าง 4.1 ซม. ยาว 14.9 ซม. พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 แห่งกรุงรัตนโกสินทร์โปรดเกล้าฯ ให้จารึกพระสุพรรณบัฎนี้ เพื่อเลื่อนฐานันดรศักดิ์เจ้าสุริยพงษ์ผลิตเดชฯ เจ้าผู้ครองนครน่านองค์ที่ 63 เป็นพระเจ้าสุริยพงษ์ผลิตเดชฯ หรือที่ชาวน่านเรียกว่า พระเจ้าน่าน เมื่อปีพุทธศักราช 2446

พระสุพรรณบัฏหรือแผ่นทองคำ จารึกพระนามพระเจ้าสุริยพงษ์ผลิตเดชฯ มีข้อความดังนี้

พระเจ้าสุริยพงษ์ผลิตเดช กุลเชษฐมหันตไชยนันทบุรมหาราชวงษาธิบดี

สุจริตจาริราชานุภาวรักษ์ วิบุลยศักดิ์กิตติไพศาล ภูวบาลบพิตร

สถิต ณ นันทราชวงษ์ พระเจ้านครน่าน จงเจริญ ทฤฆชนมายุสุขสวัสดิ์

สัปคับ

        เดิมสัปคับเป็นสมบัติของเจ้าผู้ครองนครน่าน ศิลปะล้านนา อายุราวครึ่งแรกของพุทธศตวรรษที่ 24 ไม้ ลงรักปิดทองประดับกระจก เดิมเป็นสมบัติของเจ้าผู้ครองนครน่าน ขนาด สูง 87 ซม.ลักษณะส่วนฐานผายทำเป็นร่องรับหลังช้าง มีขา 4 ขา สลับเป็นแนวลายดอกไม้คล้ายลายรักซ้อน ตรงกลางเป็นช่อดอกไม้ แนวแบ่งระหว่างฐานและพนักสลับลายดอกประจำยาม ส่วนพนักเป็นลายดอกประจำยามขนาดใหญ่ ลายกลีบดอกไม้สลับเรียงต่อกัน

        ตามตำนานเดิมกล่าวว่าเป็นเครื่องใช้ของเจ้าอนันตวรฤทธิเดชฯ เจ้าผู้ครองนครน่าน

(ที่มา:มรดกท้องถิ่นน่าน เล่มที่ 4:องค์การบริหารส่วนจังหวัดน่าน)





น่าน ทัวร์น่าน ทัวร์หลวงพระบาง ทัวร์เวียดนาม ทัวร์อินโดจีน ทัวร์คุณภาพ ทัวร์,ท่องเที่ยว,บริษัททัวร์,เที่ยวไทย,รับจัดทัวร์,ทัวร์หมู่คณะ,แพ็คเกจทัวร์
Tag คำค้นหา